• เรียนรู้
  • >
  • ข้อโต้แย้งระหว่างแบบประกันตลอดชีพกับการประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา

ก.ค. 01 2564

ข้อโต้แย้งระหว่างแบบประกันตลอดชีพกับการประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา

โดยการใช้แนวคิดของการเช่าเพื่อเป็นเจ้าของ คุณสามารถอธิบายให้ลูกค้าฟัง เกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างแบบประกันตลอดชีพและการประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลาได้

โดย Bryce Sanders

หัวข้อที่ครอบคลุม

ลูกค้ามุ่งหวังมักคิดว่าการซื้อการประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลานั้นเพียงพอแล้ว ทำไมต้องจ่ายแพงกว่าสำหรับการคุ้มครองที่เท่ากัน มีการเปรียบเทียบแบบหนึ่งที่แสดงให้เห็นประเด็น 

การเช่าเพื่อเป็นเจ้าของเป็นแนวคิดในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ เป็นเรื่องที่ซับซ้อน แต่พื้นฐานก็คือ 

  • ผู้ขายตั้งราคาบ้าน (ซึ่งอาจสูงกว่ามูลค่าตลาด) 
  • ผู้ซื้อจ่ายเงินล่วงหน้าบางส่วน เช่น 5% ส่วนนี้ถือเป็นเงินต้น 
  • ค่าเช่าที่ผู้ซื้อจ่ายอาจรวมทั้งค่าเช่าตามปกติ บวกกับเงินที่เพิ่มขึ้นมา ที่นับเป็นการชำระเงินต้นสำหรับการซื้อบ้านในท้ายที่สุด 
  • มีระยะสัญญาเกี่ยวข้องด้วย 
  • เมื่อสิ้นสุดระยะสัญญา ผู้เช่าสามารถซื้อสินทรัพย์โดยการจ่ายส่วนต่าง ระหว่างเงินต้นที่จ่ายไปแล้ว กับราคาตกลงกันไว้แล้ว 
  • หากผู้เช่าเลือกที่จะไม่ซื้อ ผู้ขายมีสิทธิที่จะริบเงินต้นที่เก็บมาแล้วไว้ 

มีกระบวนการที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีกที่มักมีทนายความมาเกี่ยวข้อง แต่คุณสามารถเห็นว่า การเปรียบเทียบบอกนัยยะถึงการประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา และแบบประกันตลอดชีพ 
 

การเปรียบเทียบนั้นคืออะไร 

ต่อไปนี้คือประเด็นต่างๆ สำหรับการอธิบายแนวคิด 

1. “การเช่าคือการจ่ายไปแบบทิ้งเปล่า” หากคุณเช่าเป็นเวลาหลายปี สุดท้ายคุณจะไม่ได้ เป็นเจ้าของอะไรเลย หากคุณซื้ออสังหาริมทรัพย์ และจ่ายค่าสินเชื่อที่อยู่อาศัย ท้ายที่สุดคุณเป็น เจ้าของทรัพย์สินนั้น 

การประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา: เหมือนการเช่า คุณได้รับการคุ้มครองแต่ไม่ได้สร้างมูลค่าให้กับเงินสด 

แบบประกันตลอดชีพ นอกเหนือจากความคุ้มครอง คุณยังได้เก็บเงินด้วย มูลค่าของเงินสดจะเติบโตเท่ากับมูลค่าการคุ้มครองในที่สุด 

2. คุณกำลังออมไปพร้อมกับที่คุณจ่าย ในตัวอย่างการเช่าเพื่อเป็นเจ้าของ ส่วนหนึ่งของค่าเช่าที่จ่าย จะกลายเป็นส่วนหนึ่งราคาซื้อสินทรัพย์ในท้ายที่สุด 

การประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา: เหมือนการเช่า เป็นการจ่ายที่ไม่เกิดการออม 

แบบประกันตลอดชีพ ส่วนหนึ่งของการชำระเบี้ยประกันจะกลายเป็นความคุ้มครอง บางส่วนจะกลายเป็นการสร้างมูลค่าให้กับเงินสด 

3. คุณทราบจำนวนเงินสุดท้าย ประกันชีวิตคือการป้องกันความไม่แน่นอน ในการเปรียบเทียบการเช่าเพื่อเป็นเจ้าของ คุณทราบว่าราคาซื้อบ้านจะเป็นราคาเท่าไหร่ แม้ว่าเวลานั้นจะเป็นเวลาอีกหลายปีข้างหน้าในอนาคต 

การประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา: คุณทราบจำนวนที่คุ้มครอง แต่คุณจำเป็นต้องต่ออายุใหม่ คุณไม่ทราบว่าค่าต่ออายุใหม่จะเป็นเท่าไหร่ในอนาคต 

แบบประกันตลอดชีพ ด้วยการเช่าเพื่อเป็นเจ้าของ คุณทราบราคาซื้อที่ตกลงกัน ด้วยแบบประกันตลอดชีพ คุณทราบจำนวนการคุ้มครองหากคุณเสียชีวิตก่อนเวลา และมูลค่าเงินสดในอนาคตที่คาดว่าจะเป็น หากคุณยังชำระเงินอยู่ 

เหตุใดแบบประกันตลอดชีพจึงดีกว่า 

ตัวอย่างการเช่าเพื่อเป็นเจ้าของอาจฟังดูดี แต่ทำไมทุกคนไม่ทำเช่นนั้น เพราะว่ามีความเสี่ยง 

1. เสี่ยงต่อการเสียเงิน หากผู้เช่าเลือกที่จะไม่ซื้อเมื่อสิ้นสุดระยะเวลา พวกเขาจะเสียเงินต้นที่จ่ายล่วงหน้าพร้อมเงินต้นที่จ่ายเพิ่มไปตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 

แบบประกันตลอดชีพ หากคุณยกเลิกกรมธรรม์ คุณจะยังคงเป็นเจ้าของมูลค่าเงินสด แม้อาจมีค่าธรรมเนียมบางอย่าง 

2. มูลค่าสินทรัพย์ที่ลดลง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ข้อตกลงเช่าเพื่อเป็นเจ้าของกำหนดราคาซื้อ ในตอนท้ายเอาไว้ล่วงหน้า หากราคาทรัพย์สินลดลง คุณจะไม่ได้ราคาซื้อที่ลดลงนั้น 

แบบประกันตลอดชีพ มูลค่าเงินสดของคุณยังคงเติบโตต่อไป เหมือนการทำให้เกิด อัตราตอบแทนภายใน อัตราดอกเบี้ยอาจขึ้นหรือลง แต่คุณทราบว่าท้ายที่สุดคุณจะได้รับเมื่อมูลค่า ของเงินสดเพิ่มขึ้นไปจนถึงจำนวนที่ระบุไว้หน้ากรมธรรม์ 

3. การจัดอันดับเครดิตไม่ใช่ประเด็น การเช่าเพื่อเป็นเจ้าของจะสมเหตุสมผลหากอันดับ เครดิตของคุณไม่ดีในขณะนี้ แต่คุณหวังที่ซ่อมให้อันดับดีขึ้นในหลายปีข้างหน้า หากคุณไม่ทำ ธนาคารอาจไม่ให้คุณยืมเงินที่คุณจำเป็นต้องใช้สำหรับส่วนต่างระหว่างเงินต้นที่คุณออมไว้ และราคาซื้อของสินทรัพย์ที่ตกลงกันไว้ 

แบบประกันตลอดชีพ เป็นเรื่องของการได้รับความคุ้มครองและได้รับเงิน ประวัติเครดิตของคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไร บริษัทประกันไม่ได้ให้คุณยืมเงิน 

เหตุใดจึงเป็นการเปรียบเทียบที่ดี 

คุณอาจคิดว่าการได้สินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นเรื่องเดียวกัน ทำไมไม่ใช้การเปรียบเทียบนั้น เมื่อคุณได้สินเชื่อที่อยู่อาศัย คุณยังต้องจ่ายภาษีโรงเรือนและที่ดิน และเงินใช้จ่ายรายเดือนต่างๆ เมื่อคุณจ่ายค่าเช่า คุณเขียนแค่เช็คใบเดียว เจ้าของบ้านเช่าทำที่เหลือ ยกเว้นค่าเชื้อเพลง ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายอื่น 

การมีบางส่วนของค่าเช่ากลายเป็นเงินที่ซื้อบ้านในขั้นสุดท้าย ฟังดูเป็นไอเดียที่ดี ทุกคนไม่ต้องการข้อตกลงแบบนั้น แทนที่จะ “โยนเงินทิ้งไป” กับการเช่าบ้างหรือ 

นั่นเอง คุณกำลังทำให้เกิดการถกเถียงกันเรื่องประกันแบบตลอดชีพกับแบบชั่วระยะเวลาแล้วล่ะ 

Bryce Sanders เป็นประธานของ Perceptive Business Solutions Inc. สามารถหาหนังสือของเขาที่ชื่อว่า Captivating the Wealthy Investorได้ใน Amazon