มิลเลนเนียลกับความมั่งคั่ง แนวทางการเข้าถึงนักลงทุนรุ่นใหม่ในประเทศไทย
เมื่อมิลเลนเนียลและเจเนอเรชัน Z ก้าวขึ้นมาเป็นกลุ่มนักลงทุนสำคัญของประเทศไทย แนวคิดเรื่องความมั่งคั่ง พฤติกรรมการลงทุน และความคาดหวังต่อที่ปรึกษาการเงินก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน บทความนี้สะท้อนมุมมองของสมาชิก MDRT ต่อความแตกต่างระหว่างนักลงทุนต่างเจเนอเรชัน ตั้งแต่มุมมองเรื่องความมั่นคง การตัดสินใจทางการเงิน ไปจนถึงบทบาทของเทคโนโลยีและการวางแผนที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมชี้ให้เห็นแนวทางที่ที่ปรึกษาการเงินสามารถปรับตัวเพื่อสร้างแผนที่ตอบโจทย์ชีวิตและคุณค่าของนักลงทุนรุ่นใหม่ได้อย่างยั่งยืน
คุณกิตติยา เรือนดี สมาชิก MDRT มองว่าความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชันสะท้อนให้เห็นถึงกรอบความคิดเรื่องเงินและความมั่งคั่งที่ไม่เหมือนกัน เนื่องจากแต่ละรุ่นเติบโตมาในบริบททางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีที่ต่างกัน “โลกที่แต่ละเจนเติบโตมาแตกต่างกัน ส่งผลให้ความเชื่อทางการเงินก็ต่างกันไป ตั้งแต่สภาวะเศรษฐกิจ ความมั่นคงทางสังคม ไปจนถึงเทคโนโลยีที่เขาได้สัมผัส แต่ละเจนจึงมีกรอบคิดเรื่องเงินและความมั่งคั่งที่ไม่เหมือนกัน”
นักลงทุนเจนเก่าอย่าง Baby Boomer และ Gen X มักให้ความสำคัญกับความมั่นคงและความต่อเนื่องระยะยาว ความมั่งคั่งจึงถูกเชื่อมโยงกับสินทรัพย์ที่จับต้องได้ เช่น บ้าน ที่ดิน เงินฝาก และประกันชีวิต ในขณะที่มิลเลนเนียลและเจเนอเรชัน Z มีมุมมองต่อความมั่งคั่งที่ยืดหยุ่นและเชื่อมโยงกับคุณภาพชีวิตมากขึ้น การลงทุนจึงมักสอดคล้องกับคุณค่า ไลฟ์สไตล์ และการเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ
แนวโน้มนี้สอดคล้องกับผลสำรวจจาก UOB ASEAN Consumer Sentiment Study 2024 ซึ่งรายงานว่า
จำนวนนักลงทุน Gen Z ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นมากกว่าเท่าตัวถึง 129 เปอร์เซ็นต์ในช่วงครึ่งแรกของปี 2567 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
แผนการเงินสำหรับคนรุ่นใหม่ ต้องเริ่มจากชีวิต ไม่ใช่ตัวเลข
สำหรับการทำงานกับลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียลและเจเนอเรชัน Z คุณกิตติยาอธิบายว่า การเริ่มต้นวางแผนจากตัวเลขเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป “สำหรับลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียลและเจน Z การเริ่มต้นด้วยตัวเลขอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป สิ่งที่พวกเขาต้องการคือแผนการเงินที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของเขาจริง ๆ”
เธอจึงเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ ความเชื่อ และคุณค่าที่ลูกค้ายึดถือ พร้อมตั้งคำถามเชิงความหมายของชีวิต เพื่อให้การวางแผนการเงินสามารถเชื่อมโยงความฝันเข้ากับความเป็นจริงได้อย่างมีคุณค่า
“เวลาแอนนี่วางแผนให้ลูกค้ากลุ่มนี้ จะเริ่มจากการทำความเข้าใจไลฟ์สไตล์ ความเชื่อ และบริบทชีวิตของเขาก่อน แล้วตามด้วยคำถามว่า ที่ทำงานหนักทุกวันนี้ ทำเพื่อใคร และเพื่ออะไร คำถามนี้ทำให้เราเห็นแก่นของเป้าหมายชีวิตอย่างชัดเจน และช่วยให้การวางแผนการเงินเชื่อมความฝันเข้ากับความเป็นจริงได้อย่างมีความหมายมากขึ้น”
วิธีรับข้อมูลและการตัดสินใจที่เปลี่ยนไปของนักลงทุนรุ่นใหม่
คุณศรัณย์ สุจันทรา สมาชิก MDRT สังเกตเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนในวิธีการรับข้อมูลของนักลงทุนแต่ละเจเนอเรชั “นักลงทุนเจนเก่าส่วนใหญ่จะชอบให้เราเตรียมข้อมูลและอธิบายเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ และจะค่อนข้างฟังคำแนะนำจากที่ปรึกษามากกว่า แต่นักลงทุนเจนใหม่ เขาจะเน้นหาข้อมูลและศึกษาการลงทุนเองเป็นหลัก และจะเชื่อในตัวเองสูงกว่า”
ผลสำรวจเดียวกันจาก UOB ยังระบุว่า ผู้บริโภครุ่นใหม่ในไทยให้ความสำคัญกับการค้นหาข้อมูลด้วยตนเอง และมีบทบาทในการตัดสินใจทางการเงินมากขึ้นอย่างชัดเจน
การวางแผนแบบเฉพาะบุคคล คือหัวใจของการให้คำปรึกษา
แม้จะมีความแตกต่างระหว่างเจเนอเรชัน คุณศรัณย์มองว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าใจลูกค้าเป็นรายบุคคล “นักลงทุนในทั้งสองเจนก็จะมีทั้งความเหมือนและความต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคลและประสบการณ์ทางการเงินที่เจอมา สำหรับผม ผมจะแนะนำหรือทำแผนการเงินให้เหมาะสมกับลักษณะนิสัยและความต้องการของคนนั้น ๆ เป็นหลัก ไม่มีอะไรตายตัว เราทำตัวเองให้เหมือนกับช่างทำรองเท้า”
เมื่อมิลเลนเนียลและเจเนอเรชัน Z กลายเป็นกำลังหลักของนักลงทุนไทย ที่ปรึกษาการเงินจำเป็นต้องปรับบทบาทจากผู้ให้คำแนะนำแบบดั้งเดิม มาเป็นผู้ร่วมวางแผนที่เข้าใจชีวิต คุณค่า และรูปแบบการตัดสินใจของลูกค้า ความสำเร็จของการให้คำปรึกษาในยุคนี้จึงไม่ใช่เพียงการสร้างผลตอบแทน แต่คือการสร้างแผนการเงินที่สอดคล้องกับชีวิตจริงของนักลงทุนรุ่นใหม่อย่างยั่งยืน
Contact: MDRTeditorial@teamlewis.com